ธุรกิจรร.กทม.-หัวเมืองท่องเที่ยวไปต่อไม่ไหว ประกาศขายกิจการผ่านโบรกเกอร์มืออาชีพ

ฟีนิกซ์ฯเผยหลังวิกฤติโควิด-19 พบธุรกิจโรงแรมแบกรับภาระไปต่อไม่ไหว แห่ประกาศขายกิจการผ่านโบรกเกอร์ ส่วนที่เจรจาผ่านฟีนิกซ์มีในมือแล้วกว่า 10 ราย ทั้งกทม.-หัวเมืองท่องเที่ยว มูลค่าถึง 1,000 ล้านบาท ระบุกองทุนรวมฯจ่อช้อปของถูกช่วงปลายปี ด้านกลุ่มธุรกิจอื่นสนเทกโอเวอร์ขยายไลน์ ขณะที่ Gen Z ร่วมลงขันซื้อกิจการบริหารเอง ล่าสุดเตรียมเปิดประมูล สมุยบุรี บีช รีสอร์ท” 11 ก.พ.64 นี้

ดร.ปฏิมา จีระแพทย์
ดร.ปฏิมา จีระแพทย์ ประธานกรรมการ บริษัท ฟีนิกซ์ 1010 โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยว่า ยังคงต้องใช้เวลาในการพลิกฟื้นอีกหลายปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2563 และถูกกระทบอย่างหนักเมื่อโควิด-19 ระบาด ได้ส่งผลกระทบในหลายภาคอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจโรงแรม ที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหายไป ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยระมัดระวังในการเดินทาง ส่งผลให้รายได้จากการเข้าพักลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทย ทำให้โรงแรมจำนวนมาก เริ่มประกาศขายผ่านตัวแทนขายเป็นจำนวนมา
สำหรับโรงแรมที่เจรจา (ดีล) ผ่านเฉพาะบริษัทฟีนิกซ์ฯในปัจจุบัน มีมากกว่า 10 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว อาทิ พัทยา สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ ฯลฯ มูลค่าตั้งแต่หลัก 100-1,000 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมที่เน้นลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก โรงแรมระดับ 3-5 ดาว รวม 1,000-1,500 ห้อง ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดให้บริการสัดส่วนประมาณ30%

ขณะนี้ได้มีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ต่างๆให้ความสนใจที่จะซื้อธุรกิจโรงแรม ในราคาไม่แพง แล้วนำมาปรับปรุงให้โรงแรมมีสภาพที่ดี และถือครองโรงแรมไปอย่างน้อย 4-5 ปีแล้วค่อยจำหน่ายออกไป โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาส 4/2563 นี้ เจ้าของโรงแรมต่างๆที่ประกาศขายในราคาที่สูงเกินจริง เพื่อหวังผลกำไรก่อนหน้านี้ เช่น เดิมตั้งราคาขายไว้ที่ 900 ล้านบาทแต่ไม่มีผู้ใดซื้อ จึงมีการปรับลดราคาลงมาเหลือเพียง 200 ล้านบาท ก็ยังไม่มีผู้ซื้อกิจการอีก โดยกองทุนเหล่านี้เชื่อว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะมีโรงแรมต่างยอมลดราคาขายที่ถูกลงกว่านี้อย่างแน่นอน